ผู้เขียน: Angkana

Ford Maverick 2022

Ford Maverick 2022

Ford แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกัน ได้เพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Pickup หรือที่บ้านเราเรียกจนติดปากกันว่ารถกะบะ ซึ่งหลายๆคนอาจจะกำลังทำหน้างง เพราะทาง Ford เองมีทั้ง Ranger และ Rapter ที่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ในแนวทางนี้ แต่ในครั้งนี้นั้น Ford ได้ย่อสเกลให้ลดลงมาสู่กลุ่มตลาดรถบรรทุกขนาดเล็ก ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีของบริษัทที่กลับเข้าสู่เส้นทางนี้อีกครั้ง

Ford Maverick 2022

1

Ford Bronco Sport

Ford Maverick รถกะบะบรรทุกขนาดเล็กนั้น ใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ Ford Escape และ Ford Bronco Sport สองโมเดล SUV ยอดนิยมของทางค่าย โดยเจ้า Maverick นั้นถูกคาดเดาว่าจะใช้งานเครื่องยนต์ร่วมกับทั้งสองรุ่นอีกด้วย โดยจะมีเครื่องยนต์สองรูปแบบประกอบไปด้วย เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร สามลูกสูบ และเบนซิน 2.0 ลิตร แบบสี่ลูกสูบ ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 ระดับ โดยที่ระบบขับเคลื่อนนั้นจะมีให้เลือกใช้งานทั้งแบบ FWD และ AWD

ในเรื่องของรูปแบบตัวรถนั้น คาดว่า 2022 Ford Maverick จะมีเพียงรูปแบบเดียวคือแบบ SuperCab หรือแบบสี่ประตู ซึ่งแบบ SuperCrew หรือที่บ้านเราจะเรียกว่าแบบแคปนั้นจะถูกตัดออกไป ซึ่งนั้นจะหมายความถึงตัวรถที่เน้นการโดยสารมากกว่าการบรรทุกนั่นเอง ถึงแม้ว่าตัวรถจะถูกออกแบบมาเพื่อการเน้นการโดยสารมากกว่าบรรทุกแต่ Ford Maverick มีความสามารถรองรับการบรรทุกสูงสุดได้ถึง 1,860 ปอนด์ (843.6 กิโลกรัม) และมีความสามารถในการลากของหนักสูงสุดถึง 7,500 ปอนด์ (3.4 ตัน) ซึ่งเทียบเท่ากับรถกะบะขนาดกลางได้เลย

2

ภาพห้องโดยสารของ Ford Bronco Sport

การออกแบบภายในของ Maverick จะสะท้อนถึงรูปลักษณ์ภายนอกเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าจะมีการใช้งานส่วนโค้งในการออกแบบที่น้อยกว่าการใช้เส้นมุมที่ดูแข็งแรง เช่นเดียวกับการเลือกใช้งานของปุ่มควบคุมต่างๆ บนคอนโซลกลางจะเน้นการใช้งานปุ่มแบบลูกบิด มากกว่าแบบหน้าจอสัมผัสหรือปุ่มกด ตามแนวทางการออกแบบภายในของ Bronco Sport

3

สำหรับการวางจำหน่ายนั้น Ford Maverick จะถูกตั้งเป้าให้เป็นผู้ท้าชิงเจ้าตลาดรถกะบะขนาดเล็กในอเมริกาจาก Honda Ridgeline และเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการรถกะบะขนาดเล็กที่มีความสะดวกสบายและความสามารถในการบรรทุก และลากจูงที่ไม่แตกต่างจากรถกะบะขนาดกลาง แต่มีราคาที่เบากว่า คาดว่า Ford Maverick นั้นจะถูกวางราคาอยู่ที่ 22,000-24,500 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 659,340- 734,265 บาท โดยประมาณ

คนรักสัตว์เชิญทางนี้ เรามีสัตว์น่ารัก ๆ มาแนะนำ กับ 6 สัตว์ตัวจิ๋วสุดน่ารัก ที่ใครก็อยากเลี้ยง รับรองอ่านแล้วคุณจะหามาเลี้ยงทันที!

บทความที่คุณอาจสนใจ

All-new Honda Civic 2021 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวในไทย 6 ส.ค. นี้

Categories: รถใหม่
5 รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ที่แพงที่สุดในปี 2021

5 รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ที่แพงที่สุดในปี 2021

5 รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ที่แพงที่สุดในปี 2021

5 รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ที่แพงที่สุดในปี 2021 เมื่อพูดถึงมอเตอร์ไซค์ที่ดูมีความเท่ สวยงาม และมาพร้อมกับความเร็วแรง ก็คงจะหนีไม่พ้นมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีรูปร่างใหญ่กว่ารถมอเตอร์ไซค์ปกติทั่วไป สมกับที่ตั้งชื่อว่าบิ๊กไบค์ และใครหลาย ๆ คนก็ปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของรถประเภทนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบขับรถซิ่งด้วยความเร็ว และแน่นอนว่ารถที่ดูใหญ่ ดูเท่ และมาพร้อมกับความเร็วแรงนั้นจะต้องมีราคาที่แพงแน่ ๆ เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจะพาทุกคนไปส่อง 5 รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ที่แพงที่สุดในปี 2021 ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นรถที่เตรียมนำออกจำหน่ายในปี 2021 นี้ ใครที่กำลังรอคอยรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์รุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวในปีนี้บอกเลยไม่ควรพลาด และจะมีรถรุ่นใดบ้างนั้นไปดูกันเลย

5 รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ 2021

5.HONDA CB1000R 2021

(ราคาประมาณ 470,000 บาท)

HONDA CB1000R 2021 เป็นมอเตอร์ไซค์แบบ NEO SPORTS CAFE ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ล่าสุดที่ได้ดีไซน์ด้านหน้าใหม่ และได้อัปเกรดเครื่องยนต์ใหม่ให้เป็นมาตรฐาน EURO 5 เครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังได้อัปเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกด้วย อย่างเช่น ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED จอแสดงผล TFT ขนาด 5 นิ้ว และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน รองรับการสั่งการด้วยเสียงระบบ HONDA SMARTPHONE VOICE CONTROL อีกทั้งยังมีช่องเสียบชาร์จ USB อยู่ใต้เบาะอีกด้วย

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ของ HONDA CB1000R 2021 นั้นได้ถูกอัปเกรดใหม่ให้ได้มาตรฐาน EURO 5 โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ DOHC ขนาด 998 CC 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำและให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 10,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตรที่ 8,500 รอบ/นาที ระบบเกียร์ 6 SPEED

HONDA CB1000R 2021

4.KAWASAKI NINJA ZX-10R

(ราคาเริ่มต้นประมาณ 490,500 บาท)

KAWASAKI NINJA ZX-10R เป็นมอเตอร์ไซค์แนว SPORT BIKE ตัวแรงจากค่าย KAWASAKI ซึ่งได้เปิดตัวไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา โดยรุ่นนี้ได้ออกแบบโดยการใช้เทคโนโลยีจากสนามแข่งมากขึ้น และต้องบอกว่า KAWASAKI NINJA ZX-10R นั้นจะไม่มีปีกด้านข้าง แต่ก็ได้วางช่องระบายอากาศในบริเวณหลังไฟหน้าทั้ง 2 ข้างไว้ ซึ่งจะทำหน้าที่ในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ให้มี DOWNFORCE เพิ่มขึ้น 17%

เครื่องยนต์

KAWASAKI NINJA ZX-10R จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 998 CC ซึ่งได้ทำการอัปเกรดใหม่ให้ผ่านมาตรฐาน EURO 5 โดยให้กำลังสูงสุดที่ 203 แรงม้า ที่ 13,200 รอบ/นาที ถือว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์อีกรุ่นที่มีการอัปเกรดเครื่องยนต์ให้ผ่านมาตรฐาน EURO 5 และก็มีราคาแพงจริง ๆ

KAWASAKI NINJA ZX-10R

3.HARLEY-DAVIDSON PAN AMERICA

(ราคาประมาณ 511,190 บาท)

HARLEY-DAVIDSON PAN AMERICA เป็นมอเตอร์ไซค์ ADVENTURE TOURING ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถช็อปเปอร์ยอดนิยมอย่าง HARLEY-DAVIDSON ROAD GLIDE โดยถูกนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ใช้สำหรับลุยได้ และจุดเด่นของรถรุ่นนี้ก็คือชุดไฟที่เป็นแบบ LED ซึ่งเป็นแบบที่สามารถปรับได้ ADVANCED DAYMAKER โดยระบบนี้จะใช้เทคโนโลยี ABS IMU เพื่อที่จะประเมินมุมเลี้ยวของรถนั่นเอง ซึ่งจะฉายแสงเพิ่มเติมไปยังมุมต่าง ๆ เพื่อให้ความสว่างกับถนน นอกจากนี้ยังมีจอเรือนไมล์ TFT ขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว ที่มาพร้อมกับระบบสัมผัส ซึ่งจะแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวรถไว้อย่างครบครันเลยทีเดียว และจะจับคู่กับโทรศัพท์เพื่อเข้าถึงสายโทร เพลง การนำทางผ่าน APP H-D ต้องบอกว่ารถรุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ครบครันกันเลยทีเดียว

เครื่องยนต์

HARLEY-DAVIDSON PAN AMERICA จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ตัวใหม่ V-TWIN REVOLUTION MAX 60 องศา มีขนาด 1,252 CC และกำลังอัด 13.0:1 กับระยะชักของกระบอกสูบที่ 72 มิลลิเมตร × 105 มิลลิเมตร

HARLEY-DAVIDSON PAN AMERICA

2.DUCATI MULTISTRADA V4

(ราคาประมาณ 598,000 บาท)

DUCATI MULTISTRADA V4 เป็นมอเตอร์ไซค์ ADVENTURE ที่เหมาะกับขาลุย ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกสภาพการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นแบบสปอร์ต ท่องเที่ยว ผจญภัย หรือการขับขี่ในเมืองก็ได้เช่นกัน โดยได้ดีไซน์ตัวรถให้มีความสมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์ และมี WINGLET ที่ช่วยเพิ่มแรงกดในการยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกด้วย เช่น โหมดประหยัดพลังงาน ระบบควบคุมล้อหน้า ระบบล็อคความเร็ว และระบบช่วยในการออกตัวบนทางลาดชัน เป็นต้น

เครื่องยนต์

DUCATI MULTISTRADA V4 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1,158 CC ที่สามารถระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 10,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 125 นิวตัน-เมตร ที่ 8,750 รอบ/นาที เกียร์ 6 SPEED

DUCATI MULTISTRADA V4

1.BMW M 1000RR

(ราคาประมาณ 1,239,043)

BMW M 1000RR เป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีสมรรถนะสูง โดยตัวรถนั้นจะมีการเพิ่ม WINGLET ที่จะช่วยในการเพิ่มแรงกดให้กับตัวรถตามหลักอากาศพลศาสตร์นั่นเอง และมีการปรับปรุงระบบเบรกและล้อใหม่ด้วย นอกจากนี้ยังมีไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยวที่เป็นแบบ LED ด้วย และจอแสดงผล TFT ขนาด 6.5 นิ้ว มีอุปกรณ์มาตรฐานที่ทาง BMW ได้ใส่มาให้อย่าง BMW MOTORRAD RACE ABS AND ABS PRO และระบบควบคุมการออกตัว ระบบควบคุมล้อ ระบบควบคุมสไลด์ ระบบควบคุมเบรกแบบไดนามิก รวมถึงระบบควบคุมความเร็วคงที่อีกด้วย

เครื่องยนต์

BMW M 1000RR จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 999 CC 4 สูบ 4 จังหวะ ลูกสูบและวาล์วจะเป็นแบบไทเทเนียม ซึ่งสามารถทำรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดที่ 13,000 รอบ/นาที และให้กำลังสูงสุดถึง 205 แรงม้า สามารถระบายความร้อนด้วยของเหลว  

BMW M 1000RR

บทความที่คุณอาจสนใจ

All-new Honda Civic 2021 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวในไทย 6 ส.ค. นี้

แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่สายช็อปห้ามพลาด

Categories: รถใหม่
All-new Honda Civic 2021 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวในไทย 6 ส.ค. นี้

All-new Honda Civic 2021 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวในไทย 6 ส.ค. นี้

All-new Honda Civic 2021 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวในไทย 6 ส.ค. นี้ All-new Honda Civic 2021 ใหม่ ประกาศเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 6 สิงหาคม 2564 นี้ เราลองไปดูสเปกเบื้องต้นของเวอร์ชั่นญี่ปุ่นกันก่อนว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง?

All-new Honda Civic 2021 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวในไทย 6 ส.ค. นี้ All-new Honda Civic 2021 เวอร์ชั่นญี่ปุ่นถูกเปิดตัวครั้งแรกควบคู่ไปกับการเปิดตัว Civic Hatchback ในตลาดโลกเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยตลาดญี่ปุ่นจะมีเฉพาะรุ่น 5 ประตูเท่านั้น แต่ยังคงใช้ชื่อรุ่นว่า Civic โดยไม่มีคำว่า Hatchback ต่อท้าย มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ประกอบด้วย LX และ EX ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VTEC TURBO ที่สามารถเลือกได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะทั้ง 2 รุ่นย่อย

1

อุปกรณ์มาตรฐานเบื้องต้นรุ่น LX ประกอบด้วย

  • ไฟหน้า Full LED ปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • เซ็นเซอร์ช่วยจอด
  • เบาะนั่งหุ้มหนัง Prime Smooth สลับผ้า
  • หน้าจอ Honda CONNECT พร้อมระบบนำทาง
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบกอุณหภูมิซ้าย-ขวา
  • ถุงลมนิรภัยหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Information
  • ระบบความปลอดภัย Honda SENSING
  • ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว
2

อุปกรณ์มาตรฐานเบื้องต้นรุ่น EX ประกอบด้วย
(เพิ่มเติมจากรุ่น LX)

  • ระบบไฟหน้า Adaptive Driving Beam (ADB)
  • ไฟตัดหมอก LED
  • ไฟส่องสว่างขณะเลี้ยว LED Active Cornering Light
  • เบาะนั่งหุ้มหนัง Prime Smooth สลับ Ultra Suede
  • เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • ระบบปรับอากาศพร้อมฟังก์ชัน Plasmacluster
  • ระบบเสี่ยง BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง
  • ที่ชาร์จไฟไร้สาย
  • ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว
3

ระบบ Honda SENSING ใน All-new Honda Civic 2021 เวอร์ชันญี่ปุ่น ประกอบด้วย

  • ระบบป้องกันการชนด้านหน้า (CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC with Traffic Jam Tracking)
  • ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน (LKAS)
  • ระบบช่วยหักหลบคนเดินถนนอัตโนมัติ
  • ระบบป้องกันรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
  • ระบบอ่านป้ายจราจร
  • ระบบเตือนรถคันหน้าเคลื่อนตัวออกจากจุดหยุดนิ่ง
  • ไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam)
  • ระบบช่วยขับขี่ขณะจราจรติดขัด (Traffic Jam Assist)
  • ระบบไฟหน้า Adaptive Driving Beam (ADB) เฉพาะรุ่น EX
  • ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ (False Start Suppression Function)
  • ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจขณะถอยหลัง (Backward False Start Suppression Function)
  • ระบบช่วยเบรกระยะใกล้ (Short-range Collision Mitigation Brake)
4

ด้านขุมพลังของเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีเฉพาะเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VTEC TURBO ซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียดพละกำลังออกมา แต่ระบุว่าสามารถเลือกได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ Drive Mode และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือก

ตัวถังของ All-new Honda Civic 2021 ในญี่ปุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ประกอบด้วย สีขาว Platinum White Pearl, สีดำ Crystal Black Pearl, สีเทา Sonic Gray Pearl, สีแดง Premium Crystal Red Metallic และสีน้ำเงิน Premium Crystal Blue Metallic

ส่วนบ้านเราจะประเดิมเปิดตัว All-new Honda Civic 2021 ใหม่ ด้วยรุ่น 4 ประตูในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 นี้ ขณะที่รุ่น 5 ประตูยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดออกมา บทความเกี่ยวกับรถที่คุณอาจสนใจ 10 รถหรู ที่แพงที่สุดในโลก

Categories: รถใหม่
10 รถหรู ที่แพงที่สุดในโลก

10 รถหรู ที่แพงที่สุดในโลก

สาวก Super car ทั้งหลายตามมาทางนี้ เพราะวันนี้เรามี 10 รถหรู ที่แพงที่สุดในโลก มาแนะนำให้คนรักรถหรูได้รู้จัก ถ้าถามถึง “รถหรู” ทุกท่านจะนึกถึงรถรุ่นไหนบ้างคะ? แน่นอนว่ารุ่นแรกที่ต้องนึกถึงต้องเป็นแลมโบกินีแน่อนอน หรือบางคนอาจจะนึกมาเซราติ นึกถึงเมอซิเดส ส่วน 10 อันดับรถหรู ที่แพงที่สุดในโลก ที่ birdsuprise จะแนะนำในวันนี้ จะมีรถหรูในใจท่านหรือไม่ ตามไปดูพร้อมกันได้เลย

10 อันดับรถหรูที่แพงที่สุดในโลก

Bugatti La Voiture Noire

1. Bugatti La Voiture Noire

รถหรูที่แพงอันดับ 1 ต้องยกให้  Bugatti La Voiture Noire เลยค่ะ นี่คือรถพรีเมียมราคาแพงที่สุดในโลกประจำปี 2020 มันคือรถที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรำรึกถึงรถระดับตำนานของค่ายอย่าง Type 57 SC Atlantic ซึ่งเป็นรถของ Jean Bugatti ทายาทของผู้ก่อตั้ง Bugatti La Voiture Noire ไม่ได้แรงแค่ที่ค่าตัวเพียงอย่างเดียว แต่ขุมพลังเองก็ไม่น้อยหน้าทั้ง 9 อันดับที่เหลือเลย มันขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง W16 8.0 ลิตร ที่ให้แรงม้ามากถึง 1,479 แรงม้า แรงบิดมหาศาลที่ 1,600 นิวตันเมตร และแน่นอนว่าหลังการเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา La Voiture Noire คันนี้ก็มีเจ้าของเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า

ราคา : 614.49 ล้านบาท

Rolls-Royce Sweptail

2. Rolls-Royce Sweptail

มาต่อกันที่ Rolls-Royce Sweptail รถหรูแพงสุดอันดับ 2 ด้วยราคาขายที่  420.61 ล้านบาท แน่นอนโดยทางเทคนิคแล้ว ท่านอาจแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นชื่อของ Rolls-Royce อยู่ในอันดับ 2 แทนที่จะเป็นนัมเบอร์วันอย่างไรก็ตามนี่คืออดีตรถที่สุดแพงประจำปี 2017 ซึ่งทาง Rolls-Royce ใช้เวลาสร้างและพัฒนานานถึง 4 ปีด้วยกัน และแน่นอนว่ามีเพียงคันเดียวในโลกเท่านั้นค่ะ

ราคา : 420.61 ล้านบาท

Bugatti Centodieci

3. Bugatti Centodieci

Bugatti Centodieci ถูกจัดอยู่ในอันดับ 3 ของรถหรูที่แพงที่สุดในโลกในปี 2020 นี่เป็นค่ายหรูจากฝรั่งเศสเปิดตัวรถรุ่นนี้เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการรำรึกถึงรถไฮเปอร์คาร์จากยุค 90’s อย่าง Bugatti EB110 และฉลองครบรอบ 110 ปีของทางค่ายด้วย หลายคนอาจบอกว่าดีไซน์ของมันช่างโดนใจเสียเหลือเกิน แต่ถ้าท่านมีเงินถึง ก็ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะรถคันนี้ขายไปหมดแล้ว เนื่องจากถูกผลิตมาแค่ 10 คันเท่านั้นจ้า

ราคา: 295.74 ล้านบาท

Mercedes-Maybach Exelero

4. Mercedes-Maybach Exelero

มาต่อกันที่ Mercedes-Maybach Exelero ค่ะ เรียกได้ว่าอยู่ยั้งยืนยงมาตั้งแต่ปี 2004 เลยทีเดียว สำหรับแบรนด์หรูของค่ายตราดาวอย่าง Maybach Exelero คันนี้ ขุมพลังเป็นเครื่อง V12 ให้แรงม้าสูงสุดที่ 690 แรงม้า แรงบิดมหาศาลที่ 1,020 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนที่ค่าตัวเขาแพงขนาดนี้ เพราะมันผลิตแค่คันเดียวในโลกเท่านั้นเองจ้า

ราคา: 262.88 ล้านบาท

Bugatti Divo

5. Bugatti Divo

รถหรูสุดแพงอันดับต่อมา ขอยกให้ Bugatti Divo ถ้าท่านคิดว่า Bugatti จะติด Top 10 รถราคาแพงที่สุดในโลกเพียงคันเดียว ขอบอกว่าคิดผิด เพราะนี่คือ Buggatti Chiron ในเวอร์ชั่นอพเกรดอีกหนึ่งคัน ที่ถูกปรับส่วนประกอบให้พรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยอินเตอร์คูลเลอร์แบบคาร์บอนไฟเบอร์ และปรับเสียงของเครื่อง W16 ให้เงียบลง ซึ่งผลิตจำกัดเพียง 40 คันบนโลกเท่านั้นค่ะ

ราคา: 190.59 ล้านบา

Pagani Huayra Imola

6. Pagani Huayra Imola

Pagani Huayra Imola มาในราคา 177.45 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ระดับซูปเปอร์พรีเมียมจากอิตาลี เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2019 จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีขั้นสุดยอดของ Pagani ใต้ฝากระโปรงนั้นบรรจุความแรงด้วยเครื่องยนต์ 6.0 ลิตร V12 827 แรงม้าจาก AMG ที่เพิ่มความพิเศษด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัด เพียง 5 คันเท่านั้นค่ะ

ราคา: 177.45 ล้านบาท

Koenigsegg CCXR Trevita

7. Koenigsegg CCXR Trevita

มาต่อกันที่รถหรูอันดับ 7 ที่ราคาสูงลิ่วที่สุดในโลก นั่นคือ Koenigsegg CCXR Trevita หนึ่งเดียวจากประเทศสวีเดนที่โผล่มาทุกครั้งในการจัดอันดับรถแพง มันคือรถที่มาพร้อมขุมพลัง V8 4.8 ลิตรเทอร์โบคู่ ให้แรงม้าสูงสุดที่ 1,004 แรงม้า แรงบิดที่ 797 นิวตันเมตร และที่สำคัญคือมันถูกผลิตออกมาเพียง 3 คันบนโลกเท่านั้นจ้า

ราคา: 157.73 ล้านบาท

Lamborghini Veneno

8. Lamborghini Veneno

Lamborghini คงเป็นสปอร์ตคาร์ในฝันของใครหลายคน ซึ่ง Lamborghini Veneno ก็ติดอันดับรถหรูสุดแพงเช่นกัน แม้จะเป็นรถที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 แล้ว แต่ด้วยความพิเศษที่ถูกผลิตขึ้นมาเพียง 14 คันบนโลกเท่านั้น ทำให้รถรุ่นใหม่ๆ บางคันยังไม่อาจทำราคาแซงหน้า Veneno คันนี้ได้ ตัวรถมาบนพื้นฐานของ Lamborghini Aventador ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง V12 6.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดที่ 740 แรงม้า ทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 2.9 วินาที เลยทีเดียวค่ะ

าคา: 147.87 ล้านบาท

Bugatti Chiron Super Sport 300 +

9. Bugatti Chiron Super Sport 300 +

Bugatti Chiron Super Sport 300 + คือ Bugatti Chiron ในเวอร์ชั่นอัพเกรดให้มีความพรีเมี่ยมขึ้นมาจากเดิม โดยตัวถังมาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ดุดันด้วยโทนสีดำตัดส้ม ผลิตจำกัดเพียง 30 คันเท่านั้น ที่สำคัญคือรถคันนี้ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 445 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยเริ่มผลิตและส่งมอบในปี 2021 ที่จะถึงนี้ค่ะ

ราคา: 128.16 ล้านบาท

Lamborghini Sian

10. Lamborghini Sian

ปิดท้ายรถหรูสุดแพงกันที่ Lamborghini Sian ที่มาในราคา 118.29 ล้านบาท เลยค่ะ นี่เป็นซูปเปอร์คาร์จากอิตาลี ที่มาบนพื้นฐานรุ่นฮิตของค่ายอย่าง Lamborghini Aventador SVJ แต่ถูกปรับเป็นขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ที่ให้แรงม้ามากถึง 819 แรงม้า และผลิตออกมาจำกัดเพียง 63 คันเท่านั้น

ราคา: 118.29 ล้านบาท

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 10 รถหรู ที่แพงที่สุดในโลก เห็นคุณสมบัติและรูปร่างของแต่ละคันแล้ว ต้องบอกว่าอยากเป็นเจ้าของอย่างมาก ส่วนครั้งหน้าเราจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับรถรูปแบบใดมาฝากอีก อย่างลืมติดตามกันด้วยนะคะ

Categories: รถหรู